มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา

จังหวัดระยอง

สารบัญ

จังหวัดระยอง

1. สภาพภูมิประเทศของจังหวัดระยอง

 1.1 ข้อมูลทั่วไป

 1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

1.3 แผนที่จังหวัด

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดระยอง

2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดระยอง

 2.1.1 อุณหภูมิ

 2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

 2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

 2.1.4 ช่วงแสง

2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดระยอง

3. สภาพดินในพื้นที่จังหวัดระยอง

3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร   

3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช

3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข

3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดระยอง

4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

5. ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดระยอง

5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดระยอง

5.2 พืชเศรษฐกิจ

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดระยอง

6.1 พันธุ์ข้าว

6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

6.4 การใส่ปุ๋ย

6.5 การกำจัดวัชพืช

6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

6.7 ผลผลิต

6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดระยอง

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดระยอง

7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

7.2 ผลกระทบจากโรคและแมลง

7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

7.2.2 ปัญหาจากเพลี้ยกระโดดหลังขาว

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

8.1 รายได้จากการขายข้าว

8.2 รายจ่ายในการทำนา

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

 

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

จังหวัดระยอง

       จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย เป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม มีประชากรถึง 48,926 ครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา  จากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2548 ซึ่งเป็นปีที่สำรวจ พบว่าจังหวัดระยอง มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 22,726 ไร่  ผลผลิตเฉลี่ย 401 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่ข้าวนาปรังปีเดียวกัน มีพื้นที่ปลูก 9,167 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 528 กิโลกรัมต่อไร่ รวมพื้นที่ทั้งนาปีและนาปรัง 31,893 ไร่ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2550 อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552) แต่รายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดระยองปี 2549 (สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง, 2550 อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552) พบว่า มีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 37,200 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 454 กิโลกรัมต่อไร่ พื้นที่การทำนาเกือบทั้งหมดอยู่ในเขตพื้นที่ 3 อำเภอคือ อำเภอบ้านค่าย อำเภอเมือง และอำเภอแก

1.สภาพภูมิประเทศของจังหวัดระยอง

1.1 ข้อมูลทั่วไป

       จังหวัดระยองมีพื้นที่ประมาณ 3,552 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,220,000 ไร่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก ของประเทศไทยระหว่างเส้นรุ้งที่  12-13 องศาเหนือ และเส้นแวงที่  101-102 องศาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 179 กิโลเมตร

อาณาเขต 

ทิศเหนือ

ติดต่อกับ

เขตอำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ่อทอง และอำเภอศรีราชา ของจังหวัดชลบุรี

ทิศใต้

จด

ทะเลอ่าวไทย พื้นที่ฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ของอ่าวไทย

ทิศตะวันออก

ติดต่อกับ

เขตอำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอาม ของจังหวัดจันทบุรี

ทิศตะวันตก

ติดต่อกับ

เขตอำเภอสัตหีบ อำเภอบางละมุง ของจังหวัดชลบุรี

 

1.2 ลักษณะภูมิประเทศ

       สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดระยอง  เป็นที่ราบสลับที่ดอนเป็นลูกคลื่น ประกอบด้วยภูเขา เตี้ย ๆ ด้านเหนือ และ ตะวันออก เป็นที่ราบสลับภูเขา ลาดต่ำลงสู่อ่าวไทย ทางทิศใต้เป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีชายฝั่งทะเลเว้าแหว่งติดอ่าวไทย ยาวประมาณ 100 กิโลเมตร

 1.3 แผนที่จังหวัด

ภาพที่ 1 แผนที่จังหวัดระยอง

 

2. สภาพภูมิอากาศและฝนในพื้นที่จังหวัดระยอง

2.1 สภาพภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดระยอง

       มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ลมทะเลพัดผ่านตลอดปี อากาศอบอุ่น ไม่ร้อนจัดบริเวณชายฝั่งทะเลเย็นสบาย ในฤดูฝนจะมี ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 29.5 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนวัดได้ 38.7 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคมวัดได้ 17.8 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนจังหวัดระยองเฉลี่ย อยู่ระหว่าง 1000 – 2000 มิลลิเมตร ต่อปี โดยที่ ฝนตกชุกที่สุดเฉลี่ย 1800-2000 มิลลิเมตรต่อปีจะอยู่ที่บางส่วนของตำบลพังราด อำเภอแกลง รองลงมาเฉลี่ย 1600-1800 มิลลิเมตรต่อปี จะอยู่ในพื้นที่บางส่วนของอำเภอแกลง ที่ติดกับชายทะเล ปริมาณฝนเฉลี่ย 1400-1600 มิลลิเมตรต่อปี อยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอแกลง บางส่วนของอำเภอเมือง และบางส่วนของกิ่งอำเภอเขาชะเมา พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดจะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1200-1400 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ของอำเภอบ้านฉาง กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของกิ่งอำเภอเขาชะเมา พื้นที่ที่ แล้งที่สุด จะอยู่ที่ ตำบลหนองไร่ อำ เภอปลวกแดง ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1000-1200 มิลลิเมตร

2.1.1 อุณหภูมิ

       อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 29.5 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนวัดได้ 38.7 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคมวัดได้ 17.8 องศาเซลเซียส

2.1.2 ความชื้นสัมพัทธ์

2.1.3 ค่าศักย์การคายระเหยน้ำ

2.1.4 ช่วงแสง

2.2 สภาพน้ำฝนในพื้นที่จังหวัดระยอง

       ปริมาณน้ำฝนจังหวัดระยองเฉลี่ย อยู่ระหว่าง 1000 – 2000 มิลลิเมตร ต่อปี โดยที่ ฝนตกชุกที่สุดเฉลี่ย 1800-2000 มิลลิเมตรต่อปีจะอยู่ที่บางส่วนของตำบลพังราด อำเภอแกลง รองลงมาเฉลี่ย 1600-1800 มิลลิเมตรต่อปี จะอยู่ในพื้นที่บางส่วนของอำเภอแกลง ที่ติดกับชายทะเล ปริมาณฝนเฉลี่ย 1400-1600 มิลลิเมตรต่อปี อยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอแกลง บางส่วนของอำเภอเมือง และบางส่วนของกิ่งอำเภอเขาชะเมา พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดจะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1200-1400 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ของอำเภอบ้านฉาง กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของกิ่งอำเภอเขาชะเมา พื้นที่ที่ แล้งที่สุด จะอยู่ที่ ตำบลหนองไร่ อำ เภอปลวกแดง ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1000-1200 มิลลิเมตร

ภาพที่ 2 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีในพื้นที่จังหวัดระยอง 

 

 

3.สภาพดินในพื้นที่จังหวัดระยอง

3.1 สภาพดินโดยทั่วไป

3.2 แผนที่กลุ่มชุดดิน

3.3 ลักษณะและสมบัติของดินที่สำคัญต่อการเกษตร   

3.4 การจำแนกความเหมาะสมและข้อจำกัดของดินสำหรับการปลูกพืช

3.5 ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินและแนวทางการแก้ไข

3.6 ภาพ Profile ดินแต่ละชุด

3.7 แผนที่แสดงศักยภาพในการให้ผลผลิต

       (ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552 , หน้า 22) ดำเนินงานวิจัยการจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าวของจังหวัด  ได้ชุดเทคโนโลยีใช้เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวให้สูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ย ทั้งจังหวัด 401 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 750 กิโลกรัมต่อไร่ ในกลุ่มชุดดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวมาก จำนวน 11,037 ไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 611 กิโลกรัมต่อไร่ ในกลุ่มชุดดินที่เหมาะสำหรับปลูกข้าวปานกลาง จำนวน 17,677 ไร่  และเพิ่มขึ้นเป็น 478 กิโลกรัมต่อไร่ ในกลุ่มชุดดินที่เหมาะสำหรับปลูกข้าวน้อย จำนวน 8,486 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทั้งจังหวัดเป็น 621 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นข้าวที่เพิ่มขึ้น จำนวน 8,184 ตัน หรือมูลค่า 49 ล้านบาท ที่ราคาข้าวเกวียนละ 6,000 บาท พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดระยองที่ส่วนมากปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน  อย่างน้อยมี 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปทุมธานี60 และพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 กระจายอยู่ตามพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมหรือหน่วยแผนที่ดินต่างกัน มีการจัดการเพาะปลูกและการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมดังนี้

ตารางที่ 1  ศักยภาพการผลิตข้าวของจังหวัดระยอง

หลักการ : Genetic x Environment x Management = Yield

ดิน 

(Environment)

พันธุ์ข้าว 

(Genetic)

การจัดการ

(Management)

ผลผลิตข้าวสูงสุด

(PotentialYield)

R1  เหมาะสมมาก

ปทุมธานี 60 หรือขาวดอกมะลิ 105

ปลูกวิธีหว่านน้ำตม ใส่ปุ๋ยอัตราตามคำแนะนำหรือตามค่าวิเคราะห์ดิน

750 กก./ไร่

R2  เหมาะสมปานกลาง

ขาวดอกมะลิ 105

ปลูกวิธีหว่านน้ำตม ใส่ปุ๋ยอัตราตามค่าวิเคราะห์ดิน

611 กก./ไร่

R3  เหมาะสมน้อย

ขาวดอกมะลิ 105

ปลูกวิธีหว่านน้ำตม ใส่ปุ๋ยอัตราตามคำแนะนำ

478 กก./ไร่

ที่มา : ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552

  

 

ภาพที่ 3  ศักยภาพการผลิตข้าวของจังหวัดระยอง

 

4. แหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดระยอง

4.1 สภาพแหล่งน้ำโดยทั่วไป

แหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดระยองมีแม่น้ำ 2 สาย คือ

1. แม่น้ำระยอง ชาวบ้านโดยทั่วไป  เรียกว่า คลองใหญ่ มีความยาวประมาณ  50 กิโลเมตร ไหลผ่านพื้นที่อำเภอปลวกแดง บ้านค่าย ผ่านตำบลท่าประดู่  และไหลลงสู่ทะเลที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง

2. แม่น้ำประแสร์ มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาจันทบุรี ยาวประมาณ  120 กิโลเมตร  ไหลผ่านตำบลต่าง ๆ ในเขตอำเภอแกลง ลงสู่ทะเลที่ตำบลปากน้ำประแสร์ อำเภอแกลง

ภาพที่ 4  แหล่งน้ำธรรมชาติจังหวัดระยอง

 

4.2 ระบบชลประทานและพื้นที่รับน้ำชลประทาน

5. ระบบการผลิตและพืชเศรษฐกิจในจังหวัดระยอง

5.1 การผลิตด้านการเกษตรในจังหวัดระยอง

5.2 พืชเศรษฐกิจ

       พืชเศรษฐกิจที่สาคัญของจังหวัดระยอง  เรียงตามขนาดของพื้นที่ปลูกจะพบว่า พืชที่มีความสำคัญมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ยางพารา สับปะรด มันสำปะหลัง ข้าว และทุเรียนโดยมีพื้นที่ 721,153 169,514 113,971 38,270 และ 31,431 ไร่ตามลำดับ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยและไม้ผลเช่น ทุเรียน มะม่วง เงาะ ขนุน มังคุด มะพร้าว และสวนปาล์มน้ำมัน (สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง, 2550 อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552)

6. การผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดระยอง

6.1 พันธุ์ข้าว

       เกษตรกรส่วนมากปลูกข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน  เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายปลูกทั้งข้าวนาปีพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง   และข้าวนาปรังพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงเกือบทั้งหมดเป็นข้าวพันธุ์ส่งเสริมของทางราชการ  ข้าวนาปี  ได้แก่   พันธุ์ขาวดอกมะลิ  105  และ  ปทุมธานี  60  พันธุ์ข้าวนาปรังได้แก่ สุพรรณบุรี 1 พันธุ์ปทุมธานี 1   พิษณุโลก 2   ชัยนาท 1  สุพรรณบุรี 90  และพันธุ์โพธิ์ทอง เมื่อพิจารณาจำนวนเกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ  พบว่าเกษตรกรปลูกพันธุ์สุพรรณบุรี 1 คิดเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเกษตรกรทั้งหมดที่สุ่มตัวอย่าง รองลงมาคือพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105   คิดเป็น 16  เปอร์เซ็นต์  ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวในเขตอำเภอแกลง พันธุ์ข้าวที่เกษตรกรใช้ปลูกมีทั้งพันธุ์ของทางราชการและพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ที่นิยมปลูกเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่  ขาวดอกมะลิ 105  ขาวปทุม  ขาวแขก ข้าวเหลือง ขาวน้ำค้าง และนางเสมอ พันธุ์ที่เกษตรกรในพื้นที่นี้นิยมปลูกมากได้แก่ ข้าวเหลือง  รองลงมาเป็นข้าวขาวดอกมะลิ 105 นางเสมอ และขาวปทุม ตามลำดับ (ตารางที่ 2)

ตารางที่  2  พันธุ์ข้าวที่เกษตรกรจังหวัดระยองปลูกในปี  2547

ชื่อพันธุ์ข้าว

เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรที่ปลูก

แหล่งปลูก

ขาวดอกมะลิ 105

16

ต.คลองปูน  ต.พังราด  อ.แกลง ต.บางบุตร  อำเภอบ้านค่าย

ปทุมธานี 60

2

ต.หนองตะพาน  อ.บ้านค่าย

ปทุมธานี 1

2

ต.บางบุตร  อ.บ้านค่าย

สุพรรณบุรี 1

35

ต.ตาขัน  ต.หนองตะพาน ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย

ชัยนาท 1

2

ต.หนองตะพาน  อ.บ้านค่าย

พิษณุโลก 2

5

ต.บางบุตร  อ.บ้านค่าย

สุพรรณบุรี 90

2

ต.หนองตะพาน  อ.บ้านค่าย

โพธิ์ทอง

2

ต.บางบุตร  อ.บ้านค่าย

ขาวปทุม

10

ต.พังราด  อ.แกลง

ขาวแขก

2

ต.พังราด  อ.แกลง

ข้าวเหลือง

8

ต.พังราด  อ.แกลง

ข้าวนํ้าค้าง

2

ต.พังราด  อ.แกลง

นางเสมอ

12

ต.พังราด  อ.แกลง

รวม 13 พันธุ์

100

 

ที่มา: ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552

   

6.2 เหตุผลในการใช้พันธุ์ข้าว

6.3 การเตรียมดินและวิธีการปลูก

       วิธีการปลูกข้าวของเกษตรกรจังหวัดระยอง เกษตรกรในอำเภอบ้านค่ายนิยมปลูกโดยวิธีหว่านนาน้ำตม ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม  ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแกลงนิยมปลูกทั้งโดยวิธีหว่านนาน้ำตมและวิธีปักดำ  โดยทำการหว่านในช่วงเดือนมิถุนายน   เกษตรกรจะใช้วิธีปักดำ 72 เปอร์เซ็นต์ และหว่านนาน้ำตม 28 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ปลูกในเดือนกรกฎาคมคิดเป็น 46 เปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 3)

ตารางที่  3  ข้อมูลพื้นฐานการผลิตข้าวของเกษตรกรจังหวัดระยองในปี 2547

ขั้นตอนการผลิต

การปฏิบัติของเกษตรกร

หมายเหตุ

วิธีการปลูก

ปักดํา  72 %  หว่านนํ้าตม  28 %

ปลูกเดือนกรกฎาคม 46 % ปลูกเดือน เมษายน,มิถุนายน และสิงหาคม เดือนละ 17% พฤษภาคม 3%

การใส่ปุ๋ย

ปุ๋ยเคมี  84 %  ปุ๋ยเคมี+ปุ๋ยอินทรีย์  7 %  ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย  9 %

ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8, 16-20-0, 15-15-15 และยูเรีย (46-0-0) ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด

การจัดการน้ำ

นํ้าฝน  53 %  นํ้าชลประทาน  47 %

พื้นที่ส่วนใหญมีปริมาณนํ้าฝน 1,200-1,400 มม./ป

การกําจัดวัชพืช

ใชสารเคมี  76 %

สารเคมีที่ใชมีทั้งประเภทคุมและฆ่า  เช่น  โซฟิต  ไกลโฟเสต และ 2-4D

ศัตรูข้าวที่สำคัญ

แมลง กําจัดโดยสารเคมี  59 %  สัตวศัตรู กําจัดโดยสารเคมี + สารธรรมชาติ  41 %

หนอนม้วนใบ, เพลี้ยไฟ, หอยเชอรี่,ตั๊กแตน

วิธีเก็บเกี่ยว

แรงงานคน  49 %  รถเกี่ยว  51 %

 

ผลผลิต กก./ไร่

ข้าวไวต่อช่วงแสง  455 กก./ไร่  ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง  562 กก./ไร่

 

 ที่มา: ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552

  

6.4 การใส่ปุ๋ย

       การใส่ปุ๋ย เกษตรกรนิยมใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง มีทั้ง ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใส่ร่วมกันทั้ง 2 ชนิด คิดเป็น 84, 7 และ 9 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สูตรปุ๋ยเคมีที่เกษตรกรใช้ได้แก่ 16-16-8, 16-20-0,15-15-15 และยูเรีย (46-0-0) ใส่ในอัตรา 25 ถึง 50 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ได้แก่ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด  และปุ๋ยหมักชีวภาพ ในอัตรา 30 ถึง 38 กิโลกรัมต่อไร่ (ตารางที่ 3)

6.5 การกำจัดวัชพืช

       การกำจัดวัชพืช  เกษตรกรมีการใช้สารกำจัดวัชพืช  76  เปอร์เซ็นต์ สารเคมีที่ใช้มีทั้งประเภทคุม และฆ่า เช่น โซฟิต ไกลโฟเสต และ 2-4 D

6.6 การเก็บเกี่ยวและการนวด

       เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ตุลาคม พฤศจิกายน จนถึงเดือนธันวาคม ขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าวและวันปลูก  โดยกลุ่มตัวอย่างของเกษตรกรที่อำเภอบ้านค่ายจะเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดทั้งหมด คิดเป็น 51 เปอร์เซ็นต์ ของตัวอย่างทั้งหมด ส่วนกลุ่มตัวอย่างของเกษตรกรที่อำเภอแกลงยังเก็บเกี่ยวด้วยแรงคน คิดเป็น 49 เปอร์เซ็นต์

6.7 ผลผลิต

6.7.1 พื้นที่ปลูกและผลผลิต

       (ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552 , หน้า 11) ข้อมูลจากการสอบถามเกษตรกรจำนวน 45 ราย พบว่าผลผลิตเกษตรกรที่ได้เฉลี่ย 502 (+107) กิโลกรัมต่อไร่  เปรียบเทียบกับการสุ่มเกี่ยวในนาเกษตรกรใน  3  อำเภอ คือ  อำเภอบ้านค่าย ที่ตำบลบางบุตร และตำบลตาขัน อำเภอแกลง ที่ตำบลคลองปูน และตำบลพังราด และอำเภอเมือง ที่ตำบลแกลง จำนวน 44  ราย พบว่าเกษตรกรได้รับผลผลิตเฉลี่ย  553  (+  120) กิโลกรัมต่อไร่  โดยแยกเป็นผลผลิตเฉลี่ยข้าวไวต่อช่วงแสงหรือข้าวนาปี  455 กิโลกรัมต่อไร่  ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงหรือข้าวนาปรัง  562 กิโลกรัมต่อไร่ (ตารางที่ 3)  ในส่วนของนาข้าวสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง  (2550)  รายงานว่า ปี  2549 จังหวัดระยองมพื้นที่ปลูกข้าว จำนวน 37,200 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของอำเภอแกลง อำเภอบ้านค่าย และอำเภอเมือง โดยมีพื้นที่ปลูกข้าว 18,269  14,041  และ 3,670 ไร่ตามลำดับ   ส่วนที่เหลือ 1,220 ไร่  อยู่ในพื้นที่ของอำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ กิ่งอำเภอเขาชะเมา และกิ่งอำเภอนิคมพัฒนา ส่วนอำเภอที่ไม่มีพื้นที่ทำนาคืออำเภอบ้านฉาง เมื่อพิจารณาพื้นที่ปลูกข้าวเปรียบเทียบกับพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดพบว่า ในส่วนของอำเภอแกลง อำเภอบ้านค่าย และอำเภอเมือง มีพื้นที่ปลูกข้าวคิดเป็น 4.8  7.1 และ 2.0 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทำการเกษตรของแต่ละอำเภอตามลำดับ และเมื่อพิจารณาภาพรวมในทั้งจังหวัด พื้นที่ปลูกข้าวจะมีเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่การเกษตรของจังหวัดเท่านั้น (ตารางที่ 4)

ตารางที่ 4  พื้นที่ถือครอง พื้นที่การเกษตร จำนวนครอบครัวเกษตรกร พื้นที่ปลูกข้าวนาปีของจังหวัดระยอง ในปี 2548/49

อําเภอ

พื้นที่ถือครอง (ไร่)

พื้นที่การเกษตร(ไร่)

ครอบครัวเกษตรกร

ข้าวนาปี (ไร่)

เปอร์เซ็นต์ข้าวนาปีต่อพื้นที่การเกษตร

เมือง

 318,133

 183,486

 8,391

 3,670

 1.8

แกลง

 525,887

 383,561

 13,679

 18,269

 4.8

บ้านค่าย

 274,032

 197,889

 7,742

 14,041

 7.1

บ้านฉาง

 148,983

 91,802

 2,437

 -

 -

ปลวกแดง

 386,463

 195,952

 5,060

 60

 0

วังจันทร์

 247,194

 180,554

 3,811

 380

 0.2

กิ่ง อ.เขาชะเมา

168,719 

 132,168

 3,710

 350

 0.3

กิ่ง อ.นิคมพัฒนา

 170,631

 117,936

 4,096

 430

 0.4

รวม

 2,240,042

 1,483,348

 48,926

 37,200

 2.5

ที่มา:  สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง, 2550 อ้างโดยศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552

 

 

6.7.2 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวในการให้ผลผลิตของข้าวที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดระยอง

       พื้นที่ทำนาของจังหวัดระยอง จำนวน 37,200 ไร่ แบ่งความเหมาะสมในการทำนา ตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่ามีความเหมาะสมมาก จำนวน 6,335 ไร่ ให้ผลผลิตสูงกว่า 550 กิโลกรัมต่อไร่ พื้นที่เหมาะสมปานกลาง จำนวน  4,607  ไร่  ให้ผลผลิตระหว่าง  450-550 กิโลกรัมต่อไร่  เหมาะสมน้อย จำนวน 14,101 ไร่ ให้ผลผลิตระหว่าง 350-450 กิโลกรัมต่อไร่ และ มีพื้นที่ไม่เหมาะสมในการทำนาจำนวน 10,937 ไร่ ที่สามารถให้ผลผลิตต่ำกว่า 350 กิโลกรัมต่อไร่ (ตารางที่ 5)

ตารางที่ 5 ความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าวตามการแบ่งของกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่  3 อำเภอ ของจังหวัดระยอง

ผลผลิตข้าว 

กก./ไร่

 

พื้นที่ (ไร่)

 

 

รวม

 

อําเภอเมือง

อําเภอบ้านค่าย

อําเภอแกลง

สูงกว่า 550    

324

1,733 

4,278 

6,335

451-550   

850

1,327

2,430

4,607

351-450 

2,496 

8,076 

3,529 

14,101

ตํ่ากว่า350

0

2,905

8,033

10,937

รวม

2,496 

14,041 

18,269 

35,980

ที่มา: ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี, 2552

 

       เนื่องจาก พื้นที่ทำนาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ้านค่าย และอำเภอแกลง พื้นที่นาข้าวรวมกันถึง  35,980 ไร่  หรือ 97 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทำนาทั้งจังหวัด โดยที่ อำเภอเมือง มีพื้นที่นา 3,670 ไร่ แบ่งตามความเหมาะสมตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่า พื้นที่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่า 550 กิโลกรัมต่อไร่จำนวน  324 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตระหว่าง 451-550  กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 850 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตระหว่าง 351-450 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 2,496 ไร่ ไม่พบพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมมากสำหรับการปลูกข้าว อำเภอบ้านค่าย มีพื้นที่นา  14,041  ไร่  แบ่งตามความเหมาะสมตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่า มีพื้นที่เหมาะสมมากสำหรับการปลูกข้าว ที่สามารถให้ผลผลิตได้สูงกว่า 550 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 1,733 ไร่   พื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวปานกลาง ที่ให้ผลผลิตได้ระหว่าง 451-550 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 1,327 ไร่   พื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวน้อยหรือไม่ค่อยเหมาะสม ที่ให้ผลผลิตได้ระหว่าง 351-450 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 8,076  ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว ที่ให้ผลผลิตได้ต่ำกว่า 350 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 2,095 ไร่  อำเภอแกลง มีพื้นที่นา 18,269 ไร่ แบ่งตามความเหมาะสมตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่า มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวมาก ที่สามารถให้ผลผลิตได้สูงกว่า 550 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 4,278 ไร่  พื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวปานกลาง ที่ให้ผลผลิตได้ระหว่าง 451-550 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 2,430 ไร่  พื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวน้อยหรือไม่ค่อยเหมาะสม ที่ให้ผลผลิตได้ระหว่าง 351-450 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 3,529 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว  ที่ให้ผลผลิตได้ต่ำกว่า  350  กิโลกรัมต่อไร่  จำนวน  8,033  ไร่  ดังแสดงในตารางที่  18 (ภาพที่ 4)

ภาพที่ 5  ความเหมาะสมของการผลิตข้าวของจังหวัดระยอง

 

7. ผลกระทบต่อการผลิตการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดระยอง

7.1 ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม

7.1.1 ผลกระทบจากสภาพแล้ง

7.1.2 ผลกระทบจากสภาพน้ำท่วม

7.2 ผลกระทบจากโรคและแมล

       ศัตรูอื่นที่สำคัญ แบ่งเป็นแมลงและสัตว์ศัตรู แมลงได้แก่ เพลี้ยไฟ และหนอนม้วนใบ กำจัดโดยใช้สารเคมี ในส่วนของสัตว์ศัตรู ได้แก่ หอยเชอรี่ และ ตั๊กแตน (ตารางที่ 3) เกษตรกรกำจัดโดยใช้สารเคมี น้ำหมักสะเดา และปูนขาว

7.2.1 ปัญหาจากโรคไหม้

7.2.2 ปัญหาจากเพลี้ยกระโดดหลังขาว

8. รายได้และรายจ่ายในการทำนา

8.1 รายได้จากการขายข้าว

8.2 รายจ่ายในการทำนา

9. ที่มาของข้อมูลและเอกสาร

ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว.  (2552).  เอกสารวิชาการ  การจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าว จังหวัดระยอง. กรุงเทพฯ : โรง

       พิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร.

 

 
Banner
Copyright © 2014 มุมการจัดการความรู้ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.